HRW เรียกร้องบังกลาเทศเลิกปิดกั้นชาวโรฮิงญา

  • -

HRW เรียกร้องบังกลาเทศเลิกปิดกั้นชาวโรฮิงญา

Category : News

รูปแบบการปกครองในอดีตของแต่ละประเทศทั่วโลกนั้น ล้วนมีความแตกต่างกันไป แต่สำหรับในปัจจุบันนี้ รูปแบบการปกครองที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ หลักการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย ตามแนวคิดของระบอบประชาธิปไตยมนุษย์ทุกคนเกิดมามีสิทธิเสรีภาพเป็นของตัวเอง ภายใต้การควบคุมกฎระเบียบต่างๆ ที่มีความยุติธรรม เมื่อเกิดเรื่องที่ไม่น่าพึงพอใจขึ้น หรือมีการกระทำที่เป็นการลิดรอนสิทธิ์ของผู้อื่น ก็สามารถยื่นฟ้องต่อศาล หรือออกมาชุมนุมกันอย่างสงบ และวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลได้ แต่ก็ไม่ใช่ทุกประเทศที่ประชาชนจะได้รับสิทธิพิเศษเช่นนี้ ประชาชนบางประเทศ หรือประชาชนบางกลุ่ม กลับถูกปฏิบัติราวกับประชาชนชั้น 2 ไม่ได้ความยุติธรรมเท่านั้นยังไม่พอ ยังโดนรัฐกระทำด้วยความรุนแรง จนกระทั่งสูญเสียทรัพย์สิน บาดเจ็บทางกาย และจิตใจ และเสียชีวิต… จนกระทั่งต้องหนีตายออกนอกประเทศ

ชาวโรฮิงญาหนีตาย แต่สุดท้ายกลับประเทศไม่ได้ ใครที่เดือดร้อน

องค์กรฮิวแมนไรท์วอทช์ ออกมาเรียกร้องให้บังคลาเทศยกเลิกการปิดกั้นอินเทอร์เน็ต ของกลุ่มผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญา โดยก่อนหน้านี้รัฐบาลบังกลาเทศ ก็ห้ามไม่ให้ชาวโรฮิงญาสามารถซื้อหาสินค้าทั่วไปได้ รวมทั้งไม่ให้องค์กรทางด้านมนุษย์ธรรมต่างๆ ให้ความช่วยเหลือ อีกทั้งยังมีปัญหาผูกพันเกี่ยวกับเรื่องราวในการส่งตัวผู้ลี้ภัยพม่า ซึ่งไม่เป็นไปตามกำหนดเสียที ทำให้บังคลาเทศเกิดความไม่พอใจอย่างรุนแรง อันเนื่องมาจากความล้มเหลว ในการส่งตัวผู้ลี้ภัยกลับคืนสู่ถิ่นฐานในประเทศพม่า โดยการกระทำดังกล่าวนี้มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างร้อนแรงจากหลายฝ่าย เพราะทางฝั่งพม่าเองนั้นก็ไม่มีอะไรที่เป็นหลักยึดในเรื่องของความปลอดภัย ทำให้ชาวโรฮิงญาเกิดความกังวล ในเรื่องของความปลอดภัยต่อทั้งชีวิต และทรัพย์สิน พวกเขาจึงไม่อยากที่จะกลับไป อีกทั้งยังมีการใช้ความรุนแรงจากกองทัพพม่า ที่กระทำต่อพวกเขาในเดือนสิงหาคม ปี 2017 ทำให้บังคลาเทศต้องรับกลุ่มชนนี้ไว้ถึง 100 ล้านชีวิต โดยมีการจัดการตั้งค่ายผู้ลี้ภัยขนาดใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ

เหตุการณ์ความไม่สงบ ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น

ทางบังคลาเทศก็พยายามผลักดันชาวโรฮิงญาให้กลับไปยังพม่า แต่ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม ขั้นตอนการส่งตัวผู้ลี้ภัยนั้นก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า เพราะไม่มีสิ่งใดที่จะรับประกันความปลอดภัยของผู้ลี้ภัยเลย อีกทั้งยังไม่มีการมอบสัญชาติให้กับพวกเขาอีกด้วย ซึ่งก็เป็นเหมือนคลื่นแห่งความรุนแรงถาโถมระลอกเข้ามาอีกรอบ โดยความสัมพันธ์ระหว่างชาวโรฮิงญา กับบังคลาเทศนั้น ก็ไม่ได้เป็นไปอย่างราบรื่น เนื่องจากว่ามีการประท้วงของชาวโรฮิงญาเพราะพวกมีความต้องการมากกว่านี้ ซึ่งทำให้พวกเขาถูกขัดขวางความรุนแรง โดยประชาชนชาวบังกลาเทศเกิดความหวั่นวิตกแล้วความรุนแรงเหล่านี้ จะลุกลามมาถึงตนหรือไม่ นอกจากนี้ทางการของบังคลาเทศ จึงหวั่นเกรงว่าจะมีความรุนแรงปะทุยิ่งขึ้น จึงทำให้ตัดการเชื่อมต่อทางอินเตอร์เน็ต เพราะกังวลว่าจะเกิดความเลวร้ายขึ้นไปทุกที และเหตุผลที่พวกเขากล่าวอ้างอีกประการก็คือ ก็คือ ชาวโรฮิงญาขายยาเสพติดให้กับประชาชนในพื้นที่ แต่ไม่ทราบว่าเรื่องจริงจะเป็นอย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ความรุนแรงอันเลวร้ายเหล่านี้ ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าทางบังคลาเทศ จะทำร้ายชาวโรฮิงญาโดยไม่ผ่าน กระบวนการทางกฎหมาย

 

นอกจากนี้ทางบังคลาเทศ ยังถูกโจมตีอีกเรื่องหนึ่ง ก็คือ พวกเขามีการดำเนินงานขัดขวางหน่วยงาน ที่ให้ความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรม แต่ทางบังคลาเทศก็ให้เหตุผลว่า เป็นเพราะว่าทั้ง 2 องค์กร นี้พยายามปลุกปั่นชาวโรฮิงญา ให้พวกเขาต่อต้านการกลับพม่า ซึ่งจะทำให้สถานการณ์ของบังกลาเทศนั้น มีความเลวร้ายมากขึ้นไปอีก